|
"ธรรมชาติกับวิถีชีวิตที่ผิดเพี้ยน"
|
|
คำนิยมจาก หลี่ต้าโหย่
|
|
|
|
เขาสามมุข
เขาสามมุข หรือชื่อเดิมเรียกว่า สมมุก อยู่ติดกับชายหาดบางแสน บนเขาสามมุขมีศาลเจ้าแม่เขาสามมุข เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ และประชาชนทั่วไป ส่วนชื่อนั้น สันนิษฐานว่ามาจากสาเหตุ 2 ประการ ประการที่หนึ่งคงมาจากลักษณะของภูเขา ที่มีแหลมยืนออกไปในทะเล มองแต่ไกลเป็นรูปสามเหลี่ยม จึงได้ชื่อว่า เขาสามมุข ประการที่สองมาจากตำนานที่เล่าต่อๆกันตามประวัติที่อยู่ในหัวข้อประวัติบางแสน
credit.. ผจงวาด กมลเสรีรัตน์. นิทานพื้นบ้านภาคกลาง.กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น, 2543
|
|
|
|
นี่ก็ล่วงไป 2 ยามแล้วหากมิเริ่มกระทำการใดก็เกรงว่าจะเสียการใหญ่ได้ ข้าพเจ้ากล่าวกับตัวเองเมื่อพาร่างกายที่บอบช้ำจากการประมือกับประมุขพรรคอินทรีย์มาถึงที่นี่กับสหายของข้าพเจ้าอีก 3 ชีวิต
ข้าพเจ้าไตร่ตรองเป็นอย่างดีก่อนตัดสินใจว่า จะยึดที่นี่เป็นที่มั่นเพื่อกลับไปล้างแค้นเจ้าฮั่งจีเจง
ข้าพเริ่มสำรวจเขาสามมุขตามที่ตั้งใจไว้ ไม่นานข้าพเจ้าก็รู้ว่าการเดินทางมันช่างสะดวกเสียเหลือเกิน ข้าพเจ้าเดินทางผ่านสำนักประการังมาไม่นานด้านซ้ายมือของข้าพเจ้าก็จะพบกับทางขึ้นเขาสามมุข ข้าพเจ้าไม่รอช้าถึงแม้ว่าการล้างแค้น10ปีไม่สาย แต่ประเทศชาติหาได้สามารถรอนานอย่างนั้นได้ เจ้าอินทรีย์คิ้วขาว บัดนี้มันได้ดาบฆ่ามังกรไปแล้ว แล้วตัวมันหาได้รู้ความหมายที่แท้จริงของดาบฆ่ามังกรไม่ มันเพียงต้องการเป็นใหญ่ในใต้หล้าเท่านั้น ข้าพเจ้าเร่งมือเร่งเท้าเท่าที่ทำได้
ถนนหนทางกว้างขวางมีไหล่ทางให้เดินตลอด มีเก้าอี้ไว้ให้พำนัก มีจุดตกปลาอีกด้วยข้าพเจ้าและสหายคงไม่อดตายอย่างแน่แท้ ณ จุดนี้ข้าพเจ้าก็ได้พบกับเจ้าถิ่นมากมาย คาดว่าคงจะเป็นชาวยุทธในแถบนี้ รูปร่างเล็ก ขนดก ดูจากท่าทางการเดินคาดว่าพลังวัตรน่าจะสูงทีเดียว แรกเริ่มข้าพเจ้าและสหายก็หวาดเกรงว่าพวกมันจะเข้ามาทำร้าย แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ พวกมันไม่ทำร้ายผู้ใดเลย ดูคุ้นกับชาวยุทธต่างถิ่นอย่างข้าพเจ้าอย่างน่าประหลาดใจ แต่ถึงอย่างไรพวกมันก็หาได้เข้าใจภาษากวางตุ้ง(สะดุ้งไฟ?)ไม่ มันเพียงตอบว่า "เจี๊ยก" เสมอ เมื่อข้าพเจ้าเดินต่อไปก็พบภาพประทับใจภาพมารดากำลังให้นมบุตรอยู่บนเก้าอี้ นับว่าเป็นภาพที่หาดูยากในยามบ้านเมืองลุกเป็นไฟเช่นนี้
|
|
|
|
ข้าพเจ้าเดินทางต่อเพื่อขึ้นไปให้ถึงจุดสูงสุดของเขาสามมุข ในใจหนึ่งคาดหวังว่าจะพบยอดเคล็ดลับวิชาหรือไม่ก็สุดยอดอาวุธที่หายสาบสูญ แต่จะหวังให้ข้าพเจ้าตกเขาไปพบอย่างนั้นข้าพเจ้าคงต้องขอผ่านไปก่อนเพราะว่าสูงใช่เล่น คาดว่านอกจากพื้นแล้วข้าพเจ้าคงไม่พบอะไร แล้วถึงมีท่านยอดฝีมือซ่อนตัวอยู่จริง หากข้าพเจ้าดันไปตกตอนท่านไปซื้อผัดกระเพราข้าพเจ้าก็แย่ล่ะสิเนี่ย
เมื่อมาถึงยอดเขา ครั้นจะไม่กู่ก้องร้องตะโกนก็เหมือนจะเสียเที่ยว ว่าแล้วข้าพเจ้าก็ตะโกนนามของข้าพเจ้าให้ได้รู้ทั่วกันทั้งยุทธภพ "เหินฟ้า......" เมื่อถึงตรงนี้หากใครรู้จักชื่อนี้ก็ยอมรับในใจเถิดว่าเจ้าแก่แล้ว หาใช่วัยคะนองศึกอีกแล้ว นอกเรื่องจริงๆข้าพเจ้าเนี่ย บ้านเมืองชาวฮั่นยังรอการกลับมาของข้าพเจ้าอยู่แท้ๆเชียว ข้าพเจ้าต้องการสำรวจพื้นที่รอบข้างแต่ลำพังสายตาข้าพเจ้าอาจจะไกลไม่พอทำอย่างไรดีๆ สหายข้าพเจ้าก็หายไปไหนหมดก็ไม่ทราบ(มาทราบภายหลังว่า ไปพักโรงเตี้ยมสั่งเหล้านารีดำหรือโค้กมานั่งกินหกเรี่ยราดใส่ตัวอย่างเอร็ดอร่อยอยู่นี่เอง) แต่เอ๊ะ! นั่นกล้องส่องทางไกล เอาล่ะ ด้วยเครื่องมือชิ้นนี้ ข้าพเจ้าคงจะสำรวจพื้นที่โดยรอบได้โดยง่ายแน่
|
|
|
|
ข้าพเจ้ามองไปไกลเห็นทั่วทั้งบางแสน เมื่อคนเราได้อยู่ในที่สูงแล้วจะรู้สึกว่าสิ่งอื่นเล็กนิดเดียวจริง คงคล้ายกับเหล่าขุนนางกังฉินที่มองไม่เห็นค่าของชาวยุทธต่ำต้อยอย่างพวกเรากระมัง ถึงได้ปล่อยให้พวกพ้องกัดกินประเทศชาติจนเสียหายไปขนาดนี้ รอก่อนเถอะหากข้าพเจ้าได้กระบี่อิงฟ้ากับดาบฆ่ามังกรมาเมื่อใด ปลายคมดาบและกระบี่ทั้งสองจะต้องเปื้อนเลือด
|
|
|
|
บรรยากาศที่นี่ดีมาก ข้าพเจ้ารู้สึกปลอดโปร่งมาก ด้วยลมที่พัดเย็นสบาย และอากาศที่ดีกว่าในเมืองหลวงเป็นยิ่งนัก กล่าวถึงเรื่องลม ที่นี่มีกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าด้วย เป็นเครื่องยืนยันความแรงของลมได้เป็นอย่างดี ข้าพเจ้าเก็บภาพอยู่ไม่นานก็มีชาวยุทธเจ้าถิ่นออกมาเป็นนายแบบให้ด้วย ข้าพเจ้าชักลังเลแล้วสิว่า การที่พวกมันเข้ากับเราง่ายแบบนี้เป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดีกันแน่ เพราะในยามแรกข้าพเจ้าก็ยอมรับว่ารู้สึกดีที่มันเป็นมิตร ไม่ประสงค์ร้ายต่อแขกที่มาเยือน แต่ในยามนี้ข้าพเจ้าได้มองในมุมกลับกันเพราะมันมากเกินไปแล้ว
|
|
|
|
ข้าพเจ้าเห็นเสี่ยวเอ้อนำอาหารมาขายเพื่อให้ผู้ผ่านไปมานำไปให้ลิง(จะเรียกลิงล่ะนะ เพราะดูเป็นชาวยุทธโง่ๆยังไงไม่รู้ ไม่รู้จักลิง - -") ข้าพเจ้าเกรงว่าลิงจะติดนิสัยเสียจริง โดยวิถีชีวิตของมันคงเปลี่ยนไปมากโขทีเดียว แต่ก่อนหาของกินตามป่าตามเขา ปัจจุบันหากินโดยรอของกินจากผู้คนที่เดินผ่านมา ข้าพเจ้าไม่ได้มีความรู้เรื่องระบบนิเวศน์อะไรมากมายนัก เพราะตัวข้าพเจ้าก็สำเร็จวิชามาเพียงแค่เขาบู๊ตึ๊งเท่านั้น แต่ข้าพเจ้าเคยได้ยินมาว่า "เพียงแค่ผีเสื้อกระพือปีกก็อาจส่งผลกระทบทำให้น้ำท่วมมหาสมุทรได้" ข้าพเจ้าจึงเกรงว่าการที่สิ่งมีชีวิตสิ่งนึงเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของมันขนาดนี้จะส่งผลกระทบอะไรบ้าง แต่มองในอีกมุมก็ดูดีส่งเสริมการท่องเที่ยว กระจายรายได้ มาตรงนี้ข้าพเจ้าชักเริ่มสงสัยแล้วล่ะว่า คนเลี้ยงลิง หรือว่าลิงต่างหากที่เลี้ยงคน?
|
|
|
|
เมื่อข้าพเจ้าได้สำรวจไปรอบๆ ด้วยบรรยากาศ อากาศ ธรรมชาติ ข้าพเจ้าก็ค้นพบถึงสัจธรรมว่าท้ายที่สุดมนุษย์เราก็เพียงแค่ความสงบเท่านั้นเอง เมื่อข้าพเจ้าได้นั่งลง บนเก้าอี้ที่เขาสามมุข แล้วนั่งคิดทบทวนถึงเรื่องราวต่างๆที่ข้าพเจ้าได้กระทำผ่านมา ข้าพเจ้าก็แค่ต้องการจะทำเพื่อตัวเองทั้งนั้น ไม่ว่าจะเรื่องการล้างแค้น เรื่องเหล่าขุนนาง เรื่องของลิง ข้าพเจ้าก็แค่คนคนนึงที่กลัวว่ามันจะมีผลกระทบมาถึงตัวข้าพเจ้าเท่านั้นเอง จริงๆแล้วหากข้าพเจ้าไม่ร้อนรน ทำในสิ่งที่ทำได้ ณ เวลานี้ มันอาจจะดีกว่ามาร้อนรนใจไปเปล่าๆ ข้าพเจ้าจึงเลิกที่จะล้างแค้น หันมาอยู่กับสหายตามเดิม หากแต่ถึงเวลาจำเป็นข้าพเจ้าจึงจะกลับไปอีกครั้ง แต่หวังเสียเหลือเกินว่าคงไม่มีเวลาจำเป็นดังที่ว่า
|
|
|
|
|