|
"คราวหน้าจะปั่นไปสมุย"
|
|
คำนิยมจาก เล่งฮู้ชง
|
|
|
|
|
|
ทริปบางแสน -
เกาะสีชัง By
Trek 6300 ทริปนี้เป็นการเดินทางโดยสองนักปั่นสมัครเล่นเฮียแมน
และดอนปั้น
การเดินทางของเราเริ่มจากวงเวียนหาดบางแสน
ออกสู่ถนนสุขุมวิทปั่นกัน
พอเหงื่อซึมๆ ผ่านตลาดหนองมน
ย่านร้านค้าของฝากยอดนิยมของชลบุรีแวะกินข้ามหลามคนละ2กระบอก
จากนั้นเดินทางผ่านบางพระ
มุ่งสู่เกาะลอย
ก็ได้ระยะทางประมาณ 15กม.ก็มาถึงเป้าหมายแรกของเรา |
|
|
|
ท่าเรือเกาะลอยสังเกตุได้ไม่ยากเมื่อถึงบริเวณสวนสาธารณะก่อนที่จะข้ามสะพานมองออกไปจะเห็นสถาปัตยกรรมยุคเรเนซอง
เป็นอาคารรูปร่างคล้ายโอเปร่าเฮาส์ซึ่งผมได้ยินมาว่าทางออสเตรเลียได้สร้างตามแบบของท่าเรือแห่งนี้ โดยบนเกาะลอยจะเป็น
ที่ตั้งของวัดจีนสูงตระหง่านบนยอดเขา นอกจากนี้เป็นที่ประดิษฐานรูปจำลองของเจ้าแม่กวนอิมหยกขาว และเป็นศูนย์อนุรักษ์
พันธุ์เต่าทะเลเราสองคนก็แวะเลี้ยงเต่าด้วยปลาหมึกที่วางขายอยู่ข้างๆ เอ๊ะแต่คนขายไม่ยักให้น้ำจิ้มแบบนี้เต่ามันจะอร่อยไหมนี่?
ตารางเดินเรือ เรือจะออกทุกประมาณ 2ชั่วโมง ควรมาก่อนเวลาเล็กน้อยเพราะถ้าคนเต็มเรืออาจออกก่อนเวลา
โดยมีเวลาตามตารางด้านล่าง ค่าโดยสารตามที่เห็นบนตั๋วนี้ 50บาทขึ้นจากเดิม10บาท ซึ่งปรับตามราคาน้ำมันตลาดโลก
อ้างอิงจากราคาที่สิงคโปร์ และค่าจักรยานอีกประมาณ 30บาท ใช้ระยะเวลาเดินทางโดยเรือประมาณ45นาที
|
|
|
|
ท่าเรือเทววงษ์คือจุดแรกที่เราจะก้าวขึ้นสู่เกาะสีชัง ขณะเรือกำลังชลอตัวเพื่อเข้าเทียบฝั่งผู้โดยสารตางเริ่มเก็บสำภาระและ
ลุกขึ้นเบียดเสียดตามช่องทางเดินบนลำเรือเพื่อจะรีบขึ้นไปสำรวจเกาะราวกับคริสโตเฟอร์โคลัมบัสที่จะขึ้นฝั่ง เมื่อทอดสายตาขึ้นสู่บนฝั่งท่าเรือ
ความชุลมุลก็ไม่ด้อยไปกว่ากัน คนขับรถเช่า มอเตอร์ไซ รถสองแถว รถตุ๊กตุ๊ก รถอีแต๋น 9ล9 ต่างพากันมารอต้อนรับลูกค้านักท่องเที่ยว
เด็กชายผิวดำเกรียมกลุ่มหนึ่งพากันโดดน้ำตูมตามพร้อมตะโกนว่า"โยนลงมาเลย"ผมซึ่งกำลังเข็นจักรยานอยู่หน้าลำเรือคิดว่าเด็กจะ
ให้โยนจักรยานลงไปให้ ขณะที่รังเรอยู่ว่าจะให้เด็กดีหรือไม่? ก็เหลือบไปเห็นคนด้านหลังโยนเหรียญลงไปในน้ำ
ก็เข้าใจทันทีว่าพวกนี้คือ เด็กงมเหรียญ
|
|
|
|
ทีท่าเรือนี้ท่านสามารถขอรับคำแนะนำเรื่องการท่องเที่ยวและขอแผนที่ ได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณนี้
เมื่อได้แผนที่มาเราก็ออกจากท่าเรือวนไปทางซ้ายมือของท่าเรือผ่านย่านชุมชลของเกาะ ปั่นชมบรรยากาศย่านชุมชลสักพัก
จะเห็นทางเข้าของเขตพระราชฐาน ภายในมีชลทัศนสถานซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ทางทะเลที่เปิดให้เข้าชมได้ฟรีแม้สัตว์น้ำภายในจะไม่มาก
แต่ก็แปลกตาต่างจากของม.บูรพา เลยจากชลทัศนสถานจะพบกับหาดทรายขาวที่น้ำใสมากจนเห็นเรือนอร์ติลุสและกัปตันนีโมดำน้ำอยู่
จุดชมวิวที่ไม่ควรพลาดอีกจุดคือสะพานอัษฎางที่น่าพาสาวมาชมพระอาทิตย์อัสดง
|
|
|
|
ออกจากเขตพระราชฐานเราก็เลี้ยวซ้ายพบทางขึ้นเขานฤโหด ผมตั้งชื่อว่าเทือกเขาอากินะเล่นเอานักปั่นกินลมชมวิวอย่างผม
ถึงกับลิ้นห้อย จนนึกอยากเอารถขายเต้าหู้ที่บ้านมาดิฟสักที เมื่อเข็นจักรยานขึ้นสู่ยอดเขาสำเร็จก็ปล่อยให้รถไหลตามแรงเฉื่อย
บวกกับแรงถีบป้อแป้ มุ่งไปสู่แหลมงูเป้าหมายต่อไปของเรา
แหลมงูดูจากสภาพแล้วน่าจะเป็นเหมืองหินเก่า ผมก็ยังสงสัยอยู่ว่าทำไมเรียกว่าแหลมงู แต่ตอนนี้สองหัวงูมาถึงแล้ว
หลังจากมาถึงเราก็พักเหนื่อยดื่มน้ำและยังถ่ายรูปไปคนละหลายช็อต
|
|
|
|
ลงจากเหมืองหินมาก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงแดดเริ่มแรงเราเริ่มร้อนและหิว ถ้าอยู่ตรงนี้ต่อเราคงกลายเป็นอึ่งอ่างแดดเดียวเราจึงกำหนด
เป้าหมายต่อไปคือหาดถ้ำพังเพราะเป็นหาดที่มีอาหารขายเและตียงผ้าใบเราเก็บแผนที่และออกเดินทางด้วยความหิว |
|
|
|
หลังจากหายเหนื่อยดอนปั้นคู่หูก็เกิดอยากลองปั่นเส้นทางออฟโร้ดขึ้นสู่เหมืองหินเก่า บนเหมืองหินจะเป็นวิวเหมือนแกรนต์แคนย่อน
และจากการสำรวจชั้นหินเราสำรวจไม่พบ ฟอสซิลของสีชังแอสซิสไทเรโนซอรัสแต่อย่างใดแต่เราเกือบเป็นฟอสซิลกันซะเองเนื่องจากเกือบตกเขา
ถ้าเพื่อนๆมาไม่แนะนำให้ขึ้นมาชมบริเวณนี้นะครับเพราะทางขึ้นลงอันตรายและหินที่หน้าผาค่อนข้างลื่น |
|
|
|
เมื่อย้อนกลับมาตามเส้นทางบนแผนที่ ในที่สุดเราก็ลากสังขารมาถึงจนได้ ดอนปั้นรีบวิ่งไปชี้จุดเกิดเหตุพร้อมถ่ายถาพที่ระรึก
และตั้งชื่อมันว่าแหลมโง่(ความจริงแหลมมันไม่โง่หรอกพวกเอ็งต่างหาก) หลังจากชมวิวทิวทัศสักพักเราก็ไปนั่งซดเบียร์ที่เตียงผ้าใบ
พร้อมกับหลับไปหนึ่งตื่นเมื่อถึงเวลาเย็นแดดร่มลมตกเราจึงปั่นกลับบางแสน |
|
|
|
บนเกาะสีชังยังมีสถานที่น่าสนใจอีกมากมายถ้าอยากรู้
ต้องลองไปดูด้วยตาตนเอง!! |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|